ที่ LVMH ความเป็นเลิศได้ดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบมาโดยตลอด ในลักษณะของวงจรแห่งคุณค่าที่ธุรกิจและพันธกิจต่อสังคมต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจหรือภูมิรัฐศาสตร์ที่กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจอยู่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ในทุกปี การเผยแพร่รายงานความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนแนวทางดังกล่าวอย่างรอบด้าน ทั้งความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ความท้าทายที่ยังคงอยู่ และความมุ่งมั่นที่ยิ่งทวีความแข็งแกร่งมากขึ้น รายงานฉบับนี้สะท้อนความจริงที่ชัดเจนว่า ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ขององค์กร และมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทุกภาคส่วนของธุรกิจ
ในปี 2025 ความมุ่งมั่นนี้ได้ก้าวสู่จุดสำคัญด้วยความสำเร็จของแผนงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมระยะปี 2020-2025 ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของกลุ่มบริษัท และแนวคิด “People at Heart” ที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรของ LVMH ในฐานะหัวใจสำคัญของความสำเร็จขององค์กร

แรงขับเคลื่อนดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาทักษะและเส้นทางอาชีพของพนักงาน โดยมีการโยกย้ายตำแหน่งภายในองค์กรเกือบ 19,000 ครั้ง และพนักงานกว่า 82% ได้รับการฝึกอบรม นอกจากนี้ ยังเห็นความก้าวหน้าอย่างชัดเจนด้านความหลากหลายและการมีส่วนร่วม โดยปัจจุบัน 50% ของตำแหน่งสำคัญในองค์กรดำรงโดยผู้หญิง และสัดส่วนพนักงานที่เป็นผู้พิการสูงเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2% ขณะเดียวกัน โครงการ LVMH Métiers d’Excellence ยังคงสืบสานและเผยแพร่ทักษะเชิงช่างอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มบริษัทสู่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ความมุ่งมั่นนี้ยังสะท้อนผ่านบทบาทต่อสังคมขององค์กร โดยในปี 2025 พนักงานเกือบ 69,000 คน ได้ร่วมสนับสนุนผู้คนมากกว่า 2.5 ล้านคนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ขณะที่โครงการ LIVE – L’Institut des Vocations pour l’Emploi ซึ่งสนับสนุนผู้ที่ว่างงานเป็นเวลานาน ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 แห่ง รองรับผู้เข้าร่วมกว่า 700 คนต่อปี และมีอัตราการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานมากกว่า 80%
ในด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนงาน LIFE 360 กลุ่มบริษัทได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติกว่า 4.3 ล้านเฮกตาร์ ขณะที่ 41% ของวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์มาจากวัสดุรีไซเคิลหรือแนวทางการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนความก้าวหน้าของกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบ โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพในระดับสูงไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ปี 2025 ยังถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญขององค์กรด้านการลดการปล่อยคาร์บอน หลังจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของกลุ่มบริษัทได้รับการรับรองจาก Science Based Targets initiative (SBTi) โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 ลง 68% รวมถึงลดการปล่อยใน Scope 3 ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมลง 27% และจากกระบวนการอุตสาหกรรมลง 23% เมื่อเทียบกับปี 2023
การได้รับคะแนนระดับ Triple A จาก CDP ยังสะท้อนถึงความเข้มงวดของแนวทางดังกล่าว และยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกขององค์กร ที่สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการลดผลกระทบด้านคาร์บอนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ LVMH ยังขยายความร่วมมือสู่พันธมิตรและซัพพลายเออร์ผ่านโครงการ LIFE 360 Business Partners เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบ
รายงานยังนำเสนอกรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมจากเมซงต่าง ๆ ภายในกลุ่มบริษัท ซึ่งผสานพันธกิจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย อาทิ โครงการ “Resilient Threads” ของ Loro Piana ที่สนับสนุนสหกรณ์ผู้ผลิตแคชเมียร์ พร้อมอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในทุ่งหญ้ามองโกเลีย หรือโรงงาน Bvlgari Manifattura ในอิตาลี ที่ขยายพื้นที่สู่ 33,000 ตารางเมตร และสะท้อนแนวคิดแห่งความเป็นเลิศผ่านการผสานนวัตกรรม การสืบทอดงานฝีมือ และการผลิตอย่างรับผิดชอบในแบบ Made in Italy

นอกจากนี้ ศิลปะและวัฒนธรรมยังคงเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญของพันธกิจของ LVMH โดยในปี 2025 Fondation Louis Vuitton ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 11 ปี พร้อมต้อนรับผู้เข้าชมสะสมมากกว่า 11 ล้านคน นอกจากนี้ นิทรรศการย้อนหลังของ David Hockney ยังดึงดูดผู้เข้าชมมากกว่า 900,000 คน ตอกย้ำความตั้งใจของ LVMH ในการทำให้ศิลปะเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง
กลุ่มบริษัทยังเดินหน้าสนับสนุนการบูรณะมหาวิหาร Notre-Dame de Paris ผ่านการบูรณะรูปปั้น 16 องค์และยอดแหลมของมหาวิหาร เพื่อช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของโลก รวมถึงสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ผ่านโครงการ LVMH Prize for Young Fashion Designers ซึ่งสะท้อนพันธกิจระยะยาวด้านความคิดสร้างสรรค์และการถ่ายทอดองค์ความรู้
ผ่านรายงานฉบับนี้ LVMH ยืนยันอีกครั้งถึงวิสัยทัศน์ด้านผลประกอบการที่ผสานความเป็นเลิศ ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นระยะยาวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการจัดตั้ง Comité Vigilance ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลด้านจริยธรรม สิทธิมนุษยชน และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่าของเมซงในเครือ LVMH










